Skip to content

รีวิว Tales of the City Season 1 (2019)

บางครั้ง…เราไม่ได้ต้องการ “ที่อยู่” ใหม่
เราแค่ต้องการ “ที่ที่มีคนยอมรับเรา” แบบไม่ต้องฝืนเป็นใคร

Tales of the City Season 1 (2019) คือซีรีส์ดราม่าอบอุ่นที่เหมือนอ้อมกอดเงียบ ๆ
พาเราเดินเข้าไปในเมืองที่เต็มไปด้วยอิสรภาพ ความหลากหลาย และความหวังว่า…
เราจะได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่สักครั้ง

เรื่องย่อ

Tales of the City Season 1 เป็นซีรีส์ดราม่าอบอุ่นที่เล่าเรื่องชีวิต ความรัก
และการค้นหาตัวตนของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและเพศสภาพในเมือง ซานฟรานซิสโก
เมืองแห่งอิสรภาพและความหลากหลายที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ แมรี แอน ซิงเกิลตัน (Mary Ann Singleton)
หญิงสาวจากเมืองเล็ก ๆ เดินทางมายังซานฟรานซิสโกด้วยหัวใจที่อยากเริ่มต้นใหม่
และเข้าพักที่อพาร์ตเมนต์เลขที่ 28 บาร์บารีเลน (28 Barbary Lane)

ที่นั่นเธอได้พบกับ แอนนา มาดริกัล (Anna Madrigal)
หญิงสูงวัยผู้ดูเหมือนลึกลับนิด ๆ แต่เต็มไปด้วยความเมตตา
เธอเป็นเหมือน “เจ้าของบ้าน” ที่ไม่ได้แค่ปล่อยห้องเช่า…
แต่คอยดูแลผู้คนที่หลงทางให้ได้กลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง

และเมื่อแมรีแอนได้ใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ
เธอก็ได้พบว่าที่ 28 บาร์บารีเลน มีผู้คนมากมายที่ต่างแบกเรื่องราวชีวิตของตัวเองไว้

  • บางคนกำลังตามหา “ความรัก” ที่ไม่เคยได้รับอย่างแท้จริง
  • บางคนกำลังเจ็บจาก “การเลิกรา” และพยายามลุกขึ้นใหม่
  • บางคนกำลังค้นหาตัวตน และเรียนรู้การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น
  • บางคนกำลังต่อสู้กับครอบครัว ความคาดหวัง และบาดแผลในใจ

แต่ละตอนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องของผู้อยู่อาศัยในแบบที่อบอุ่นและจริงใจ
สะท้อนบรรยากาศยุค 1970s ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
พร้อมพาเราไปเห็นมุมของสังคมและความหลากหลายผ่านเรื่องราวเล็ก ๆ
ที่กลับมีความหมายใหญ่ในหัวใจ

Tales of the City Season 1 คือเรื่องของมิตรภาพ การเติบโต
และการค้นพบว่า…บางครั้ง “บ้าน” อาจไม่ใช่สถานที่
แต่คือผู้คนที่ยอมรับเราอย่างแท้จริง


👁️‍🗨️ ดู Tales of the City Season 1 (2019) ได้ที่นี่เลย

จุดเด่นของเรื่อง

  • ดราม่าอบอุ่นแบบไม่บีบคั้น เล่าเรื่องชีวิตจริง แต่ทำให้รู้สึกปลอดภัยและเข้าใจตัวละคร
  • ประเด็นความหลากหลายที่จริงใจ ไม่ยัดเยียด แต่เล่าผ่านความสัมพันธ์และการเติบโตของผู้คน
  • บรรยากาศซานฟรานซิสโกยุค 70s มีเสน่ห์มาก ทั้งโทนภาพและความรู้สึกอิสระ
  • ตัวละครหลากหลายและมีมิติ ทุกคนมีแผล มีความหวัง และมีเหตุผลที่ทำให้เราอิน
  • 28 Barbary Lane เหมือนบ้านของคนหลงทาง เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นแบบแปลก ๆ

โทนบรรยาย

โทนเรื่องมาแบบ อบอุ่น ละมุน และจริงใจ
มีทั้งความเศร้าเบา ๆ ความหวาน ความเจ็บ และความหวัง
เหมือนการได้อ่านไดอารี่ของคนแปลกหน้าที่สุดท้ายกลายเป็นคนที่เราเอาใจช่วยมากที่สุด

เหมาะสำหรับใคร

  • คนที่ชอบซีรีส์แนว ดราม่าอบอุ่น ดูแล้วใจฟู
  • คนที่ชอบเรื่องเล่าชีวิตแบบ ความสัมพันธ์และการเติบโต
  • สายซีรีส์ที่พูดถึง ความหลากหลาย และการยอมรับตัวเอง
  • คนที่กำลังเหนื่อย ๆ และอยากได้เรื่องที่เหมือน “ปลอบใจ” เบา ๆ

Q&A (อ่านแล้วอยากดูต่อ)

1) เรื่องนี้ดราม่าหนักไหม?

มีดราม่า แต่ไม่หนักแบบกดหัว เป็นดราม่าที่เล่าอย่างอบอุ่นและค่อย ๆ ฮีลใจมากกว่า

2) ทำไม 28 Barbary Lane ถึงเป็นหัวใจของเรื่อง?

เพราะมันไม่ใช่แค่อพาร์ตเมนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนที่แตกต่าง “ได้เป็นตัวเอง” และได้เจอคนที่เข้าใจ

3) เรื่องนี้เน้นความรักแบบไหน?

เน้นความรักหลายรูปแบบ ทั้งรักแบบคู่รัก รักแบบเพื่อน และรักแบบครอบครัวที่เราสร้างขึ้นเอง

4) เหมาะกับคนที่ชอบซีรีส์ฟีลกู๊ดไหม?

เหมาะมาก เพราะดูแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้พักใจ แต่ก็ยังมีความลึกให้คิด

5) ดูแล้วได้อะไรกลับไป?

ได้ความรู้สึกว่า “เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร” และการมีคนที่ยอมรับเรา…คือของขวัญที่ดีที่สุด

Tales of the City Season 1 คือซีรีส์ที่ไม่ได้พยายามทำให้ชีวิตสวยงามเกินจริง
แต่เลือกเล่าความจริงของผู้คน…ด้วยความอ่อนโยน

และมันจะทำให้เรารู้ว่า บางครั้ง “บ้าน” อาจไม่ใช่สถานที่ที่เราเกิดมาอยู่
แต่คือที่ที่มีคนมองเราแล้วพูดว่า…ไม่เป็นไรนะ เป็นแบบนี้ก็ได้

อยากหาเรื่องอื่นดูต่อ ลองไปที่
ดูซีรี่ย์ออนไลน์
ได้เลย